<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ท่องเที่ยว กรุงเทพ สถานที่ท่องเที่ยว &#187; สถานที่ท่องเที่ยว</title>
	<atom:link href="http://bangkok.kapook.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://bangkok.kapook.com</link>
	<description>แผนที่กรุงเทพ เที่ยวกรุงเทพ คลิกเลย</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Jun 2009 10:37:53 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>บ้านพิพิธภัณฑ์</title>
		<link>http://bangkok.kapook.com/attraction00031/</link>
		<comments>http://bangkok.kapook.com/attraction00031/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2009 10:32:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thidatip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านพิพิธภัณฑ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bangkok.kapook.com/?p=159</guid>
		<description><![CDATA[



 บ้านพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 170/17 หมู่ที่ 17 ซอยคลองโพ 2 ถนนศาลาธรรมสพน์ (ถนนเล็ก ต่อจากปลายถนนพุทธมณฑลสาย 2 ด้านทางรถไฟ) เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ หากขับรถมาตามถนนพุทธมณฑลสาย 2 ไปด้านทางรถไฟหรือคลองมหาสวัสดิ์จนสุด จะพบถนนธรรมสพน์เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายพิพิธภัณฑ์
ที่นี่เป็นสถานที่จัดแสดงข้าวของของชาวเมือง ชาวบ้าน ทั้งของเก่าและของใหม่ หลากหลายประเภท เช่น ของเล่น หนังสือ เครื่องเขียน เครื่องครัว และของใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ จึงเปรียบเสมือนคลังมรดกถ่ายทอดอดีตสู่ปัจจุบัน สร้างอยู่ในพื้นที่ 58 ตารางวาเป็นอาคารสมัยใหม่กว้าง 3 คูหา สูง 3 ชั้นครึ่ง
ชั้นล่าง จำลองร้านค้าในอดีตเพื่อย้อนบรรยากาศยุคก่อน พ.ศ. 2500 ทั้งร้านขายกาแฟ ร้านขายยา ร้านตัดผม เป็นต้น รวมทั้งมีห้องจัดนิทรรศการหมุนเวียนตามหัวข้อต่างๆ ด้วย
เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 &#8211; 17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ 30 บาท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/f2.jpg"><img class="size-medium wp-image-160 aligncenter" title="f2" src="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/f2-225x300.jpg" alt="" width="225" height="300" /></a><br />
<a href="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/f1.jpg"><img class="size-medium wp-image-161 aligncenter" title="f1" src="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/f1.jpg" alt="" width="300" height="201" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: left;">
<p><strong> <span style="color: #800080;">บ้านพิพิธภัณฑ์ </span></strong><span style="color: #800080;">ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 170/17 หมู่ที่ 17 ซอยคลองโพ 2 ถนนศาลาธรรมสพน์ (ถนนเล็ก ต่อจากปลายถนนพุทธมณฑลสาย 2 ด้านทางรถไฟ) เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ หากขับรถมาตามถนนพุทธมณฑลสาย 2 ไปด้านทางรถไฟหรือคลองมหาสวัสดิ์จนสุด จะพบถนนธรรมสพน์เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายพิพิธภัณฑ์</span></p>
<p>ที่นี่เป็นสถานที่จัดแสดงข้าวของของชาวเมือง ชาวบ้าน ทั้งของเก่าและของใหม่ หลากหลายประเภท เช่น ของเล่น หนังสือ เครื่องเขียน เครื่องครัว และของใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ จึงเปรียบเสมือนคลังมรดกถ่ายทอดอดีตสู่ปัจจุบัน สร้างอยู่ในพื้นที่ 58 ตารางวาเป็นอาคารสมัยใหม่กว้าง 3 คูหา สูง 3 ชั้นครึ่ง</p>
<p><span style="color: #0000ff;">ชั้นล่าง จำลองร้านค้าในอดีตเพื่อย้อนบรรยากาศยุคก่อน พ.ศ. 2500 ทั้งร้านขายกาแฟ ร้านขายยา ร้านตัดผม เป็นต้น รวมทั้งมีห้องจัดนิทรรศการหมุนเวียนตามหัวข้อต่างๆ ด้วย</span></p>
<p><strong>เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 &#8211; 17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ 30 บาท เด็ก 10 บาท </strong>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2869-6281, 08-1257-4508 และ 08-9200-2803</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://thai.tourismthailand.org/" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/TOT_2.jpg" border="0" alt="" width="86" height="71" /></a><br />
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก <a href="http://houseofmuseums.siam.edu/">บ้านพิพิธภัณฑ</a>์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bangkok.kapook.com/attraction00031/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี</title>
		<link>http://bangkok.kapook.com/attraction00030/</link>
		<comments>http://bangkok.kapook.com/attraction00030/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2009 08:42:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thidatip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bangkok.kapook.com/?p=155</guid>
		<description><![CDATA[

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อยตรงข้ามสถานีรถไฟธนบุรี เป็นอู่เก็บเรือที่ใช้ในพระราชพิธีต่างๆ ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ถึงกรุงรัตนโกสินทร์ เรือเหล่านี้เป็นเรือขุดทั้งสิ้น เรือพระราชพิธีที่เก็บอยู่ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงษ์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ และเรือพระที่นั่งอื่นๆ อีกหลายลำ 

          เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 &#8211; 17.00 น. (ปิดช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่และวันหยุดสงกรานต์) อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท ค่าธรรมเนียมถ่ายภาพ 100 บาท วีดีโอ 200 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2424-0004 
          การเดินทาง ใช้บริการรถโดยสาร สาย 79 503 507 509 511 จากฝั่งกรุงเทพฯ ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้าฯ แล้วลงที่ป้ายรถโดยสารป้ายแรก (ตรงข้ามพาต้า) และเดินเท้าไปพิพิธภัณฑ์ 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก วิกิพีเดีย
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/royalbarges.jpg"><img class="size-medium wp-image-156 aligncenter" title="royalbarges" src="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/royalbarges-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p><a href="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/rrr.jpg"><img class="size-medium wp-image-157 aligncenter" title="rrr" src="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/rrr-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p style="text-align: left;">       <span style="color: #0000ff;">  <strong> พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี</strong> ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อยตรงข้ามสถานีรถไฟธนบุรี เป็นอู่เก็บเรือที่ใช้ในพระราชพิธีต่างๆ ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ถึงกรุงรัตนโกสินทร์ เรือเหล่านี้เป็นเรือขุดทั้งสิ้น เรือพระราชพิธีที่เก็บอยู่ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงษ์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ และเรือพระที่นั่งอื่นๆ อีกหลายลำ <br />
</span><br />
          เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 &#8211; 17.00 น. (ปิดช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่และวันหยุดสงกรานต์) อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท ค่าธรรมเนียมถ่ายภาพ 100 บาท วีดีโอ 200 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2424-0004 </p>
<p>      <span style="color: #339966;">    <strong>การเดินทาง</strong> ใช้บริการรถโดยสาร สาย 79 503 507 509 511 จากฝั่งกรุงเทพฯ ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้าฯ แล้วลงที่ป้ายรถโดยสารป้ายแรก (ตรงข้ามพาต้า) และเดินเท้าไปพิพิธภัณฑ์ </p>
<p></span><br />
ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://thai.tourismthailand.org/" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/TOT_2.jpg" border="0" alt="" width="86" height="71" /></a><br />
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4_%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5 ">วิกิพีเดีย</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bangkok.kapook.com/attraction00030/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซาฟารีเวิลด์</title>
		<link>http://bangkok.kapook.com/attraction00029/</link>
		<comments>http://bangkok.kapook.com/attraction00029/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Jun 2009 09:26:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thidatip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ซาฟารีเวิลด์]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bangkok.kapook.com/?p=151</guid>
		<description><![CDATA[
          ซาฟารีเวิลด์ ตั้งอยู่เลขที่ 99 ถนนรามอินทรา บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เขตมีนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 430 ไร่ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่&#8230; 

          ส่วนที่หนึ่ง คือ ซาฟารีปาร์ค ซึ่งเป็นสวนสัตว์เปิด มีสัตว์ต่างๆ เช่น ม้าลาย กวาง ยีราฟ นก เสือ สิงโต หมี ฯลฯ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งรถชมชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ตามธรรมชาติโดยรถส่วนตัว หรือรถบริการพร้อมผู้บรรยายของซาฟารีเวิลด์ 
          ส่วนที่สอง คือ มารีนปาร์ค หรือสวนน้ำ มีสัตว์น้ำ และสัตว์ชนิดต่างๆ ที่หาดูให้ชมยาก รวมทั้งการแสดงต่างๆ เช่น การแสดงของปลาโลมา, นก, แมวน้ำ และลิง เป็นต้น 
          นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารและเกมส์ต่างๆ เช่น เกมส์ปาเป้า ยิงปืน โยนบ่วง ฯลฯ ไว้บริการ ซาฟารีเวิลด์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/safari.jpg"><img class="size-medium wp-image-152 aligncenter" title="safari" src="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/safari-300x218.jpg" alt="" width="300" height="218" /></a></p>
<p style="text-align: left;">         <span style="color: #0000ff;"> <strong>ซาฟารีเวิลด์</strong> ตั้งอยู่เลขที่ 99 ถนนรามอินทรา บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เขตมีนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 430 ไร่ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่&#8230; <br />
</span><br />
          <strong>ส่วนที่หนึ่ง</strong> คือ ซาฟารีปาร์ค ซึ่งเป็นสวนสัตว์เปิด มีสัตว์ต่างๆ เช่น ม้าลาย กวาง ยีราฟ นก เสือ สิงโต หมี ฯลฯ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งรถชมชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ตามธรรมชาติโดยรถส่วนตัว หรือรถบริการพร้อมผู้บรรยายของซาฟารีเวิลด์ </p>
<p>          <strong>ส่วนที่สอง</strong> คือ มารีนปาร์ค หรือสวนน้ำ มีสัตว์น้ำ และสัตว์ชนิดต่างๆ ที่หาดูให้ชมยาก รวมทั้งการแสดงต่างๆ เช่น การแสดงของปลาโลมา, นก, แมวน้ำ และลิง เป็นต้น </p>
<p>          <span style="color: #800000;">นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารและเกมส์ต่างๆ เช่น เกมส์ปาเป้า ยิงปืน โยนบ่วง ฯลฯ ไว้บริการ ซาฟารีเวิลด์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 &#8211; 17.00 น. อัตราค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 470 บาท เด็ก 330 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 750 บาท เด็ก 450 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2518-1000-19, 0-2914-4100-9<br />
</span></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://thai.tourismthailand.org/" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/TOT_2.jpg" border="0" alt="" width="86" height="71" /></a><br />
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก <a href="http://www.safariworld.com/">safariworld.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bangkok.kapook.com/attraction00029/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดกรุงเทพมหานคร</title>
		<link>http://bangkok.kapook.com/attraction00028/</link>
		<comments>http://bangkok.kapook.com/attraction00028/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2009 08:31:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thidatip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดกรุงเทพมหานคร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bangkok.kapook.com/?p=147</guid>
		<description><![CDATA[
          สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดกรุงเทพมหานคร (Bangkok Aquarium) เปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 นับเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ในกรมประมง ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เป็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉพาะของสัตว์น้ำจืด และพืชน้ำจืด มีทั้งหมด 2 ชั้น ที่เด่นๆ ได้แก่ ปลาเทพา (Pangasius sanitwongsei) ขนาดใหญ่เกือบ 3 เมตร ในตู้ขนาดใหญ่ด้านหน้าประตูทางเข้า ปลาตะพัด (Scleropages formosus) สายพันธุ์ไทยที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ ซึ่งในอดีต เคยมีการเลี้ยงรวมกัน ณ ที่นี่นับสิบตัว และโครงกระดูกปลากระโห้ (Catlocarpio siamensis) ขนาดใหญ่

          เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร &#8211; วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 &#8211; 16.00 น. อันตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก นักเรียน นักศึกษา 10 บาท ผู้สูงอายุ/ผู้พิการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/ccc.jpg"><img class="size-medium wp-image-148 aligncenter" title="ccc" src="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/06/ccc-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p style="text-align: left;">          <span style="color: #800080;"><strong>สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดกรุงเทพมหานคร (Bangkok Aquarium)</strong> เปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 นับเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ในกรมประมง ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เป็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉพาะของสัตว์น้ำจืด และพืชน้ำจืด มีทั้งหมด 2 ชั้น ที่เด่นๆ ได้แก่ ปลาเทพา (Pangasius sanitwongsei) ขนาดใหญ่เกือบ 3 เมตร ในตู้ขนาดใหญ่ด้านหน้าประตูทางเข้า ปลาตะพัด (Scleropages formosus) สายพันธุ์ไทยที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ในธรรมชาติ ซึ่งในอดีต เคยมีการเลี้ยงรวมกัน ณ ที่นี่นับสิบตัว และโครงกระดูกปลากระโห้ (Catlocarpio siamensis) ขนาดใหญ่<br />
</span><br />
          เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร &#8211; วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 &#8211; 16.00 น. อันตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก นักเรียน นักศึกษา 10 บาท ผู้สูงอายุ/ผู้พิการ ไม่เสียค่าเข้าชม โดยเริ่มใช้อัตรานี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548</p>
<p>         <strong> <span style="color: #3366ff;">ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2940-5623, 0-2940-6543, 0-2562-0600 &#8211; 15 ต่อ 5118, 5220, 5221, 5222 โทรสาร 0-2940 5623<br />
</span></strong></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก<br />
<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B7%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/wiki.jpg" border="0" alt="" width="120" height="45" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bangkok.kapook.com/attraction00028/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หอเกียรติภูมิรถไฟ</title>
		<link>http://bangkok.kapook.com/attraction00027/</link>
		<comments>http://bangkok.kapook.com/attraction00027/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 08:40:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thidatip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[หอเกียรติภูมิรถไฟ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bangkok.kapook.com/?p=143</guid>
		<description><![CDATA[
          หอเกียรติภูมิรถไฟ ตั้งอยู่ด้านเหนือของสวนจตุจักร ใกล้บริเวณลานจอดรถเอนกประสงค์ประตู 2 ถ.กำแพงเพชร 3 เป็นอาคารเก่าของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ 30 ปีมาแล้ว เพื่อใช้เป็นที่เก็บขบวนรถไฟพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และหัวรถจักรประวัติศาสตร์บางคัน ต่อมาได้ถูกปิดไประยะหนึ่ง ภายหลังได้รับการปรับปรุงและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ เมื่อปี พ.ศ. 2533 เป็นสถานที่รวบรวมและให้ความรู้เกี่ยวกับการรถไฟ มีการจัดแสดงรถจักรไอน้ำ รถจักรจำลอง ขบวนรถไฟเล็กขนาดต่างๆ ภาพถ่ายและภาพวาดเกี่ยวกับเกียรติภูมิของการรถไฟโลก รวมทั้งสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ อีกมากมาย 

          ทั้งนี้ หอเกียรติภูมิรถไฟเปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์ &#8211; อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.00 &#8211; 12.00 น. โดยไม่เก็บค่าเข้าชม ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ &#8220;ชมรมเรารักรถไฟ&#8221; คุณจุลศิริ วิรยศิริ ผู้อำนวยการหอเกียรติภูมิรถไฟ โทร.0-1615-5776 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก skyscrapercity.com
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/rod.jpg"><img class="size-medium wp-image-144     aligncenter" title="rod" src="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/rod.jpg" alt="" width="250" height="192" /></a></p>
<p style="text-align: left;">        <span style="color: #800080;">  <strong>หอเกียรติภูมิรถไฟ</strong> ตั้งอยู่ด้านเหนือของสวนจตุจักร ใกล้บริเวณลานจอดรถเอนกประสงค์ประตู 2 ถ.กำแพงเพชร 3 เป็นอาคารเก่าของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ 30 ปีมาแล้ว เพื่อใช้เป็นที่เก็บขบวนรถไฟพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และหัวรถจักรประวัติศาสตร์บางคัน ต่อมาได้ถูกปิดไประยะหนึ่ง ภายหลังได้รับการปรับปรุงและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ เมื่อปี พ.ศ. 2533 เป็นสถานที่รวบรวมและให้ความรู้เกี่ยวกับการรถไฟ มีการจัดแสดงรถจักรไอน้ำ รถจักรจำลอง ขบวนรถไฟเล็กขนาดต่างๆ ภาพถ่ายและภาพวาดเกี่ยวกับเกียรติภูมิของการรถไฟโลก รวมทั้งสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ อีกมากมาย <br />
</span><br />
          ทั้งนี้ หอเกียรติภูมิรถไฟเปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์ &#8211; อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.00 &#8211; 12.00 น. โดยไม่เก็บค่าเข้าชม ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <strong>&#8220;ชมรมเรารักรถไฟ&#8221;</strong> คุณจุลศิริ วิรยศิริ ผู้อำนวยการหอเกียรติภูมิรถไฟ โทร.0-1615-5776 </p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://thai.tourismthailand.org/" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/TOT_2.jpg" border="0" alt="" width="86" height="71" /></a><br />
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก <a href="http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=487202">skyscrapercity.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bangkok.kapook.com/attraction00027/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยกรุงเทพ</title>
		<link>http://bangkok.kapook.com/attraction00026/</link>
		<comments>http://bangkok.kapook.com/attraction00026/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 May 2009 08:40:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thidatip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bangkok.kapook.com/?p=139</guid>
		<description><![CDATA[
          พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยกรุงเทพ เกิดขึ้นจากความตั้งใจของนักสะสมเปลือกหอยและแฟนพันธุ์แท้เปลือกหอยสองสมัย คือ คุณสมหวัง ปัทมคันธิน (คุณจอม) และคุณอรพิน ศิริรัตน์ (คุณแดง) เจ้าของบริษัทโกลด์สวิส ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องประดับอัญมณี เป็นผู้มีใจรักเปลือกหอยมาแต่เยาว์วัย การดำเนินการสร้างพิพิธภัณฑ์ใช้เวลานานถึง 3 ปี เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ และมุ่งหวังให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเปลือกหอย
          ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยกรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนสีลม ติดซอยสีลม 23 ตรงข้ามโรงพยาบาลเลิดสิน อาคารพิพิธภัณฑ์มีทั้งหมด 3 ชั้น ได้แก่&#8230;   
          ชั้นแรก จัดแสดงให้เห็นเปลือกหอยขนาดใหญ่ชนิดต่างๆ รวมถึงเปลือกหอย 2 ฝาที่มีขนาดใหญ่ (หอยมือเสือยักษ์) นอกจากนี้ ยังมีบรรดาเม่นทะเลรูปร่างหน้าตาแปลกๆ ให้ชมกันอีกด้วย
          ชั้นที่ 2 มีสิ่งน่าสนใจอย่างพวกสังข์ หอยงวงช้าง หรือที่หลายคนรู้จักกันในนามนอติลุส รวมไปถึงหอย 2 ฝาสีสันสวยงามจากทั่วทุกมุมโลก
          ชั้นที่ 3 ชั้นบนสุด มีของที่เป็น &#8220;ที่สุด&#8221; ทั้งงานศิลป์และหอยต่างๆ มากมาย ที่น่าชื่นชมอีกอย่าง คือ ภาพฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/shellmuseum_bangkok.jpg"><img class="size-medium wp-image-140   aligncenter" title="shellmuseum_bangkok" src="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/shellmuseum_bangkok-289x300.jpg" alt="" width="289" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: left;">         <span style="color: #0000ff;"><strong> พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยกรุงเทพ</strong> เกิดขึ้นจากความตั้งใจของนักสะสมเปลือกหอยและแฟนพันธุ์แท้เปลือกหอยสองสมัย คือ คุณสมหวัง ปัทมคันธิน (คุณจอม) และคุณอรพิน ศิริรัตน์ (คุณแดง) เจ้าของบริษัทโกลด์สวิส ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องประดับอัญมณี เป็นผู้มีใจรักเปลือกหอยมาแต่เยาว์วัย การดำเนินการสร้างพิพิธภัณฑ์ใช้เวลานานถึง 3 ปี เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ และมุ่งหวังให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเปลือกหอย</span></p>
<p>          ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยกรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนสีลม ติดซอยสีลม 23 ตรงข้ามโรงพยาบาลเลิดสิน อาคารพิพิธภัณฑ์มีทั้งหมด 3 ชั้น ได้แก่&#8230;   </p>
<p>          <span style="color: #800080;"><strong>ชั้นแรก</strong> </span>จัดแสดงให้เห็นเปลือกหอยขนาดใหญ่ชนิดต่างๆ รวมถึงเปลือกหอย 2 ฝาที่มีขนาดใหญ่ (หอยมือเสือยักษ์) นอกจากนี้ ยังมีบรรดาเม่นทะเลรูปร่างหน้าตาแปลกๆ ให้ชมกันอีกด้วย</p>
<p>         <span style="color: #800080;"><strong> ชั้นที่ 2</strong> </span>มีสิ่งน่าสนใจอย่างพวกสังข์ หอยงวงช้าง หรือที่หลายคนรู้จักกันในนามนอติลุส รวมไปถึงหอย 2 ฝาสีสันสวยงามจากทั่วทุกมุมโลก</p>
<p>          <strong><span style="color: #800080;">ชั้นที่ 3</span></strong> ชั้นบนสุด มีของที่เป็น &#8220;ที่สุด&#8221; ทั้งงานศิลป์และหอยต่างๆ มากมาย ที่น่าชื่นชมอีกอย่าง คือ ภาพฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่ทรงประทานให้กับคุณจอม ในฐานะที่เป็นผู้ชนะของรายการแฟนพันธุ์แท้ รวมไปถึงภาพงานศิลปะเกี่ยวกับเปลือกหอยต่างๆ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เปลือกหอยสวยงามและหายาก ก็ได้ถูกรวบรวมไว้ที่ชั้นนี้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นหอยเบี้ย หอยเต้าปูน ที่สามารถฆ่าคนได้โดยการแทงเข็มพิษครั้งเดียว หอยทากบก และหอยน้ำจืดจากที่ต่างๆ </p>
<p>         <span style="color: #993366;"> </span><span style="color: #800000;"><strong>อย่างไรก็ตาม พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยกรุงเทพ เปิดทำการตั้งแต่เวลา 10.00 &#8211; 21.00 น. ทุกวัน</strong> ค่าผ่านประตู ชาวไทย 100 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2234-0291, 08-9681-3814<br />
</span></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก<br />
<a href="http://thai.tourismthailand.org/" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/TOT_2.jpg" border="0" alt="" width="86" height="71" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bangkok.kapook.com/attraction00026/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พักผ่อนหย่อนใจ ที่&#8230; สวนเสรีไทย</title>
		<link>http://bangkok.kapook.com/attraction00025/</link>
		<comments>http://bangkok.kapook.com/attraction00025/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 May 2009 09:28:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thidatip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สวนเสรีไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bangkok.kapook.com/?p=133</guid>
		<description><![CDATA[
         
          &#8220;สวนเสรีไทย&#8221; ตั้งอยู่ที่ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ 350 ไร่ สร้างขึ้นตามโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการพัฒนาบึงกุ่มให้เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และเพื่อเป็นที่ระลึกของขบวนการเสรีไทย ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สวนแห่งนี้นับว่าเป็นโรงเรียนต้นไม้กลางแจ้ง ที่มีพรรณไม้หลากหลายชนิดให้กับผู้ที่สนใจได้ศึกษา มีทั้งสวนป่า ลานดอกไม้หอม สวนไม้ผล และปาล์มพันธุ์ต่างๆ บางชนิดเป็นพันธุ์ที่หายากและเพาะยาก เช่น ปาล์มน้ำพุ ตาลฟ้า เป็นต้น 
 


         
          นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนจำนวนมากอีกด้วย เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น. ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2379-7884 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก วิกิพีเดีย
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ss1.jpg"><img class="size-medium wp-image-134   aligncenter" title="ss1" src="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ss1.jpg" alt="" width="200" height="299" /></a><br />
         </p>
<p style="text-align: left;">          <strong>&#8220;สวนเสรีไทย&#8221;</strong> ตั้งอยู่ที่ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ 350 ไร่ สร้างขึ้นตามโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการพัฒนาบึงกุ่มให้เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และเพื่อเป็นที่ระลึกของขบวนการเสรีไทย ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สวนแห่งนี้นับว่าเป็นโรงเรียนต้นไม้กลางแจ้ง ที่มีพรรณไม้หลากหลายชนิดให้กับผู้ที่สนใจได้ศึกษา มีทั้งสวนป่า ลานดอกไม้หอม สวนไม้ผล และปาล์มพันธุ์ต่างๆ บางชนิดเป็นพันธุ์ที่หายากและเพาะยาก เช่น ปาล์มน้ำพุ ตาลฟ้า เป็นต้น </p>
<p style="text-align: left;"> </p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: center;"><a href="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ss.jpg"><img class="size-medium wp-image-135       aligncenter" title="ss" src="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/05/ss-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p>         </p>
<p style="text-align: left;">          <span style="color: #0000ff;">นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนจำนวนมากอีกด้วย เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น. ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2379-7884 </span></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://thai.tourismthailand.org/" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/TOT_2.jpg" border="0" alt="" width="86" height="71" /></a><br />
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">วิกิพีเดีย</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bangkok.kapook.com/attraction00025/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร</title>
		<link>http://bangkok.kapook.com/attraction00023/</link>
		<comments>http://bangkok.kapook.com/attraction00023/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2009 07:06:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thidatip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bangkok.kapook.com/?p=124</guid>
		<description><![CDATA[
          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นวังหน้าของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับวังหลวง พระที่นั่งที่สำคัญ ได้แก่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธศวรรย์ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย 
          ต่อมาในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นที่ศาลาสหทัยสมาคม เรียกว่า  &#8220;มิวเซี่ยม&#8221; แล้วจึงย้ายมาไว้ที่วังหน้าของกรมพระราชวังบวรฯ ซึ่งบางส่วนกลายเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริเวณข้างเคียงมีโรงเรียนช่างศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ และโรงละครแห่งชาติอยู่ในบริเวณเดียวกัน 

          สิ่งที่น่าสนใจนอกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังมีวัดบวรสถานสุทธาวาส ตั้งอยู่ภายในบริเวณวังหน้าใกล้กับโรงเรียนช่างศิลป์ วัดนี้เรียกกันว่า “วัดพระแก้ววังหน้า” พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุต่างๆ มากมายอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยและชาติเพื่อนบ้าน พิพิธภัณฑ์ฯ แห่งนี้ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี 2545 รางวัลยอดเยี่ยมประเภทโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว จากผลงานโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน เพื่อส่งเสริมให้รู้จักคุณค่าของวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชุมชนของตนเพื่อการท่องเที่ยว เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ &#8211; อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 &#8211; 16.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/national_museum_bangkok.jpg"><img class="size-medium wp-image-125 aligncenter" title="national_museum_bangkok" src="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/national_museum_bangkok-300x231.jpg" alt="" width="300" height="231" /></a></p>
<p style="text-align: left;">          <strong>พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร</strong> แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นวังหน้าของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับวังหลวง พระที่นั่งที่สำคัญ ได้แก่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธศวรรย์ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย </p>
<p>         <span style="color: #0000ff;"> ต่อมาในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นที่ศาลาสหทัยสมาคม เรียกว่า <strong> &#8220;มิวเซี่ยม&#8221;</strong> แล้วจึงย้ายมาไว้ที่วังหน้าของกรมพระราชวังบวรฯ ซึ่งบางส่วนกลายเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริเวณข้างเคียงมีโรงเรียนช่างศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ และโรงละครแห่งชาติอยู่ในบริเวณเดียวกัน <br />
</span><br />
          สิ่งที่น่าสนใจนอกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังมีวัดบวรสถานสุทธาวาส ตั้งอยู่ภายในบริเวณวังหน้าใกล้กับโรงเรียนช่างศิลป์ วัดนี้เรียกกันว่า “วัดพระแก้ววังหน้า” พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุต่างๆ มากมายอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยและชาติเพื่อนบ้าน พิพิธภัณฑ์ฯ แห่งนี้ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี 2545 รางวัลยอดเยี่ยมประเภทโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว จากผลงานโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน เพื่อส่งเสริมให้รู้จักคุณค่าของวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชุมชนของตนเพื่อการท่องเที่ยว <span style="color: #800080;">เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ &#8211; อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 &#8211; 16.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2224-1333 <br />
</span></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://thai.tourismthailand.org/" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/TOT_2.jpg" border="0" alt="" width="86" height="71" /></a><br />
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3">วิกิพีเดีย</a></p>
<p style="text-align: left;"> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bangkok.kapook.com/attraction00023/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ</title>
		<link>http://bangkok.kapook.com/attraction00022/</link>
		<comments>http://bangkok.kapook.com/attraction00022/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Apr 2009 10:30:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thidatip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bangkok.kapook.com/?p=121</guid>
		<description><![CDATA[

          อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (Victory Monument) เป็นอนุสาวรีย์ในกรุงเทพมหานคร โดยรอบเป็นวงเวียนอยู่กึ่งกลางระหว่างถนนพหลโยธิน ถนนราชวิถี และถนนพญาไท 
ประวัติ
          อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของทหาร ตำรวจและพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เรื่องการปรับปรุงพรมแดนไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศสซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 59 คน พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นผู้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2484 และจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นผู้กระทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2485 สถาปนิกผู้ออกแบบอนุสาวรีย์คือ หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ก่อนที่จะมีการสร้างวงเวียนอนุสาวรีย์ บริเวณจุดตัดของถนนพญาไท ถนนราชวิถี และถนนพหลโยธิน นี้มีชื่อเรียกว่า &#8220;สี่แยกสนามเป้า&#8221;
ความหมาย
          การออกแบบอนุสาวรีย์ของหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล มีแรงบันดาลใจห้าประการ คือ
          - ปฏิบัติการของกองทัพทั้ง 4 
          - ปฏิบัติการอย่างกล้าหาญของกำลังพลโดยเฉพาะ 
          - อาวุธที่ทหารใช้สู้รบ 
          - เหตุการณ์ที่สำคัญที่ต้องเปิดการสู้รบ 
          - ความสนใจของประชาชน 
          หม่อมหลวงปุ่มใช้ดาบปลายปืน ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายทหาร โดยใช้ดาบปลายปืนห้าเล่มรวมกัน จัดตั้งเป็นกลีบแบบลูกมะเฟือง ปลายดาบชี้ขึ้นบน ส่วนคมของดาบหันออก ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กประดับหินอ่อน มีความสูงประมาณ 50 เมตร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/eee.jpg"><img class="size-medium wp-image-122 aligncenter" title="eee" src="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/eee-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p style="text-align: left;">
         <span style="color: #0000ff;"> <strong>อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (Victory Monument)</strong> เป็นอนุสาวรีย์ในกรุงเทพมหานคร โดยรอบเป็นวงเวียนอยู่กึ่งกลางระหว่างถนนพหลโยธิน ถนนราชวิถี และถนนพญาไท </span></p>
<p><strong><span style="color: #800080;">ประวัติ</span></strong></p>
<p>          อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของทหาร ตำรวจและพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เรื่องการปรับปรุงพรมแดนไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศสซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 59 คน พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นผู้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2484 และจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นผู้กระทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2485 สถาปนิกผู้ออกแบบอนุสาวรีย์คือ หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ก่อนที่จะมีการสร้างวงเวียนอนุสาวรีย์ บริเวณจุดตัดของถนนพญาไท ถนนราชวิถี และถนนพหลโยธิน นี้มีชื่อเรียกว่า &#8220;สี่แยกสนามเป้า&#8221;</p>
<p><strong><span style="color: #800080;">ความหมาย</span></strong></p>
<p>          <strong>การออกแบบอนุสาวรีย์ของหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล มีแรงบันดาลใจห้าประการ คือ</strong></p>
<p>          - ปฏิบัติการของกองทัพทั้ง 4 </p>
<p>          - ปฏิบัติการอย่างกล้าหาญของกำลังพลโดยเฉพาะ </p>
<p>          - อาวุธที่ทหารใช้สู้รบ </p>
<p>          - เหตุการณ์ที่สำคัญที่ต้องเปิดการสู้รบ </p>
<p>          - ความสนใจของประชาชน </p>
<p>          หม่อมหลวงปุ่มใช้ดาบปลายปืน ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายทหาร โดยใช้ดาบปลายปืนห้าเล่มรวมกัน จัดตั้งเป็นกลีบแบบลูกมะเฟือง ปลายดาบชี้ขึ้นบน ส่วนคมของดาบหันออก ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กประดับหินอ่อน มีความสูงประมาณ 50 เมตร ดาบปลายปืนส่วนด้ามตั้งเหนือเพดานห้องโถงใหญ่ ซึ่งใช้เก็บกระสุนปืนใหญ่บรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิตในกรณีพิพาทไทย &#8211; ฝรั่งเศส</p>
<p>         <span style="color: #993300;"> ด้านนอกตอนโคนดาบปลายปืน มีรูปปั้นหล่อทองแดง ขนาดสองเท่าคนธรรมดา ของนักรบ 5 เหล่า คือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือน ศิลปินผู้ปั้นรูปเหล่านี้เป็นลูกศิษย์ของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เช่น สิทธิเดช แสงหิรัญ, อนุจิตร แสงเดือน, พิมาน มูลประสุข, แช่ม ขาวมีชื่อ ภายใต้การควบคุมของ ศ.ศิลป พีระศรี<br />
</span><br />
          ด้านนอกของผนังห้องโถง เป็นแผ่นทองแดงจารึกนามผู้เสียชีวิต รายนามผู้ที่ได้รับการจารึกไว้มีทั้งสิ้น 160 คน เป็นทหารบก 94 คน ทหารเรือ 41 คน ทหารอากาศ 13 คน และตำรวจสนาม 12 คน จนถึงปัจจุบันแผ่นทองแดงจารึกรายนามผู้เสียชีวิต และผู้สละชีพเพื่อชาติจากสงครามต่าง ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 2483-2497 รวมทั้งสิ้น 801 คน</p>
<p><strong><span style="color: #800080;">ความสำคัญ</span></strong></p>
<p>          นอกจากเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญ และเป็นที่จารึกรายนามทหารที่เสียชีวิต ในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส (สงครามอินโดจีน) สงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลีแล้ว ยังเป็นต้นทางของถนนพหลโยธิน รวมไปถึงศูนย์กลางการคมนาคมที่มีรถโดยสารให้บริการในหลายเส้นทาง เป็นจำนวนมาก ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า BTS และรถตู้ ผ่านตลอด 24 ชั่วโมง จึงทำให้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นชุมทางการคมนาคมที่สำคัญของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน</p>
<p>       <span style="color: #3366ff;">   สิ่งก่อสร้างบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ทางพิเศษศรีรัช สถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แฟชั่นมอลล์<br />
</span></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก<br />
<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/wiki.jpg" border="0" alt="" width="120" height="45" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bangkok.kapook.com/attraction00022/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก</title>
		<link>http://bangkok.kapook.com/attraction00021/</link>
		<comments>http://bangkok.kapook.com/attraction00021/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2009 09:23:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thidatip</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bangkok.kapook.com/?p=117</guid>
		<description><![CDATA[
          อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ประดิษฐานอยู่ ณ เชิงสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ ฝั่งพระนคร สร้างขึ้นเมื่องานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 150 ปี เมื่อ พ.ศ. 2475 พระองค์ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ในมหาจักรีบรมราชวงศ์ และผู้สถาปนากรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของไทย 

          ประสูติ ณ กรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2279 เสด็จขึ้นเสวยราชย์ เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 อยู่ในราชสมบัตินาน 27 ปี เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2352
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/aaaaa.jpg"><img class="size-medium wp-image-118 aligncenter" title="aaaaa" src="http://bangkok.kapook.com/wp-content/uploads/2009/04/aaaaa.jpg" alt="" width="220" height="157" /></a></p>
<p style="text-align: left;">         <span style="color: #0000ff;"> <strong>อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก</strong> ประดิษฐานอยู่ ณ เชิงสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ ฝั่งพระนคร สร้างขึ้นเมื่องานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 150 ปี เมื่อ พ.ศ. 2475 พระองค์ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ในมหาจักรีบรมราชวงศ์ และผู้สถาปนากรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของไทย <br />
</span><br />
          ประสูติ ณ กรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2279 เสด็จขึ้นเสวยราชย์ เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 อยู่ในราชสมบัตินาน 27 ปี เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2352</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก<br />
<a href="http://thai.tourismthailand.org/" target="_blank"><img src="http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/logo/TOT_2.jpg" border="0" alt="" width="86" height="71" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bangkok.kapook.com/attraction00021/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
