Jan 14

          หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวตลาดน้ำเป็นชีวิตจิตใจ ประมาณว่า… ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตลาดน้ำลำพญา ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำดอนหวาย ตลาดน้ำ… ฯลฯ ขอให้บอกเถอะ ไปเที่ยวมาหมดแล้ว… เพราะตลาดน้ำแต่ละที่ก็อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก เพราะฉะนั้นการจะเดินทางไปท่องเที่ยว ก็เลยกลายเป็นเรื่องง่ายแสนง่าย… 

          แต่… วันนี้เด็ดกว่าค่ะ เรามีตลาดน้ำในเมืองกรุงมาแนะนำเพื่อนๆ นัก (ชอบ) เที่ยวกันด้วย นั่นก็คือ… “ตลาดน้ำตลิ่งชัน” คราวนี้ไม่ใช่แค่ใกล้กรุงเทพฯ นะคะ แต่อยู่ในกรุงเทพฯ เลย (อิอิ) ที่สำคัญ คือ ไปง่ายมาง่าย แถมมีรถเมล์วิ่งผ่านหน้าตลาดอีกด้วย สำหรับใครที่มีเวลาไม่มาก แต่อยากมาสัมผัสบรรยากาศริมน้ำ ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติแสนร่มรื่น “ตลาดน้ำตลิ่งชัน” ยินดีต้อนรับค่ะ

          “ตลาดน้ำตลิ่งชัน” ตั้งอยู่บริเวณหน้าสำนักงานเขตตลิ่งชัน เป็นตลาดกึ่งชนบทผสมผสานระหว่างชีวิตริมน้ำกับธรรมชาติ มีเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลาประมาณ 07.00 – 16.00 น. พ่อค้าแม่ค้า (ชาวสวนในพื้นที่แถวนั้นนั่นล่ะ) จะเริ่มนำผลผลิตจากสวน ซึ่งมีทั้งพันธุ์ไม้ ผักสด ผลไม้ ปลา และอาหารต่างๆ มาจำหน่ายเหมือนตลาดสดทั่วไป แต่ผลผลิตจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล

          สำหรับอาหารการกินของตลาดน้ำที่นี่ รับรองว่ามีดีไม่แพ้ที่ไหนๆ แถมเก๋ไก๋สุดๆ ด้วยการนั่งกินอาหารในแพริมน้ำ ส่วนอาหารนั้นจะมีเรือมาจอดขายอยู่ข้างๆ มีทั้งของคาวหวานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กาแฟโบราณสูตรเด็ด ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ เต้าหู้ทอด ปลาย่าง ปลาหมึกย่าง กุ้งเผา ไปจนถึงลาบ ส้มตำ น้ำตก และอาหารอื่นๆ น่ากินอีกเพียบ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรแซ่บๆ บ้าง ต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง (55) 

          นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีเรือทัวร์พานักท่องเที่ยวล่องคลองบางเชือกหนัง ชมธรรมชาติ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ริมน้ำสองฝั่งคลองของชาวตลิ่งชัน แวะชมฟาร์มกล้วยไม้ เข้าคลองลัดตานิน ออกคลองบางกอกน้อย เที่ยวฟาร์มงูธนบุรี ให้อาหารปลาวัดปากน้ำฝั่งใต้ โดยให้บริการตั้งแต่เวลา 9.30 – 16.15 น. (เรือออกทุกชั่วโมง) ราคาผู้ใหญ่ 90 – 150 บาท เด็ก 50 – 60 บาท (มีหลายโปรแกรมให้เลือก) ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณนพดล (ประธานประชาคมตลาดน้ำ) โทร. 08-1374-7616 หรือที่สำนักงานเขตตลิ่งชัน โทร.0-2424-1742, 0-2424-5448 

          เอาล่ะ… ได้เวลาไปเที่ยวตลาดน้ำตลิ่งชันกันแล้ว…!!

การเดินทาง

          การเดินทางไปตลาดน้ำตลิ่งชัน สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ จากถนนจรัญสนิทวงศ์เลี้ยวเข้าแยกบางขุนนนท์ไปตามเส้นทางหลัก เมื่อถึงแยกตลิ่งชันให้เลี้ยวซ้าย ขับไปตามทางหลักเรื่อยๆ จะเห็นป้ายสำนักงานเขตตลิ่งชันอยู่ด้านหน้า และหากมาทางถนนบรมราชชนนี ผ่านเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ผ่านสายใต้เก่า เลี้ยวซ้ายตรงไปตามทางเรื่อยๆ จะเห็น สน.ตลิ่งชันอยู่ทางซ้ายมือ เลี้ยวเข้าซอยนั้นและขับมาตามทางหลักเรื่อยๆ จะเห็นป้ายสำนักงานเขตตลิ่งชันอยู่ทางขวามือ มีที่จอดรถให้บริการ นอกจากนี้ ยังมีรถเมล์สาย 79 ผ่านอีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

Tags: , , , ,
Jan 09

ที่อยู่: ถ.พระอาทิตย์ แขวงบางลำพู
เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

          “ถนนพระอาทิตย์” ชุมชนสำคัญที่เติบโตพร้อมกับการสร้างพระนคร เป็นศูนย์กลางการปกครองและศิลปวัฒนธรรม ตัวถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา มีวังเจ้านาย บ้านเรือนข้าราชบริพาร และราษฎรเรียงรายที่สองฝั่งถนน 

          ความเจริญรุ่งเรืองของชุมชนถนนพระอาทิตย์ผูกพันอย่างต่อเนื่องกับประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ มาจนถึงปัจจุบัน การสร้างตำหนักแบบเป็นตึกเริ่มในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยรับอิทธิพลสถาปัตยกรรมจากจีนและยุโรป ตำหนักบางแห่งถูกเปลี่ยนเป็นสำนักงานและอาคารที่ทันสมัย ซึ่งรวมถึงวิถีชีวิตชุมชนที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน 

          “ป้อมพระสุเมรุ” สร้างสมัยรัชกาลที่ 1 ตามกำแพงพระนครชั้นนอก รายล้อมแนวคลองรอบกรุงไปจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา สมัยแรกสร้างมี 14 ป้อมคือ จักรเพชร ผีเสื้อ พระจันทร์พระอาทิตย์ พระสุเมรุ มหากาฬ มหาชัย
มหาปราบ มหายักษ์มหาฤกษ์ยุคนธร อิสินธร เสือทยาน และหมู่ทะลวง ภายหลังป้อมต่างๆ ทรุดโทรมลง จึงรื้อทิ้งเกือบหมด คงเหลือเพียงป้อมพระสุเมรุและป้อมมหากาฬ

รายละเอียดเพิ่มเติม

รถประจำทาง: 3 6 9 15 19 30 32 33 39 53 64 65 68 82
รถปรับอากาศ: 3 32 68 506

ท่าเรือ:
เรือด่วนเจ้าพระยา :
ท่าพระอาทิตย์

กิจกรรม – เทศกาล:
เทศกาลสงกรานต์ (13 เมษายน)
และยังมีกิจกรรมอื่นๆ ตลอดปี

ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน:
ป้อมพระสุเมร: 2492
บ้านพระอาทิตย์ 2532

ที่จอดรถ:
บริเวณด้านหลังป้อมพระสุเมรุ
ริมถนนพระอาทิตย์
บริเวณวัดชนะสงคราม
ที่จอดรถค่อนข้างจำกัด

สถานที่ใกล้เคียง:
ถ.ข้าวสาร, พิพิธภัณฑ์, หอศิลป, ย่านบางลำพู, โรงละครแห่งชาติ,
วิทยาลัยนาฏศิลป, วัดสังเวช, วัดชนะสงคราม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก www.bangkok.go.th

Tags: , , , ,
Dec 17

        

         

          “มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้” ตั้งอยู่ที่บริเวณท่าเตียน ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ในอาคารเก่าที่เคยเป็นกระทรวงพานิชย์เดิม ตัวอาคารหลังนี้ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2549 จากคณะกรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มีการใช้สื่อสร้างสรรทันสมัยน่าสนใจ และสนุกสนาน อธิบายถึงความเป็นมาของประเทศไทย ทั้งด้านเชื้อสาย ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีจนมาเป็นเชื้อชาติไทยเหมือนทุกวันนี้ โดยมีการแบ่งเป็นโซนต่างๆ ตามลำดับ ด้วยการนำผู้เข้าชมร่วมไขปริศนาของดินแดนสุวรรณภูมิ และพาผู้ชมไปร่วมค้นหาคำตอบสำคัญด้วยตนเองว่า “เราคือใคร” และ “ความเป็นไทยหมายถึงอะไร”



         

          พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านชาติพันธุ์วิทยา มานุษยวิทยาและสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสังคมไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างสำนึกรักและเข้าใจในประวัติความเป็นมาของผู้คน บ้านเมือง วัฒนธรรมและท้องถิ่นของตน ตลอดจนเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในลักษณะเครือญาติกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้วิธีการจัดแสดงแบบใหม่ ผ่านสื่อเครื่องมือต่างๆ ที่ทันสมัย ทำให้ผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วม เรียนรู้และเข้าใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชาติไทยได้เป็นอย่างดี ภายในอาคารแบ่งเนื้อหาการจัดแสดงเป็น 17 ห้องหลักในรูปแบบ “เรียงความประเทศไทย” โดยแบ่งออกเป็น 3  ชั้น ตามห้องต่างๆ ชั้นแรก  ประกอบด้วย ห้องที่นำเข้าสู่การจัดแสดง, เบิกโรง, ไทยแท้, ตึกเก่าเล่าเรื่อง และมีร้านขายของที่ระลึก ชั้นที่ 2   จัดแสดงเรื่องแผนที่ความยอกย้อนบนแผ่นกระดาษ, กรุงเทพฯ ภายใต้ฉากอยุธยา, ชีวิตนอกกรุงเทพฯ, แปลงโฉมสยามประเทศ, กำเนิดประเทศไทย, สีสันตะวันตก, เมืองไทยวันนี้และมองไปข้างหน้า ชั้นที่ 3 จัดแสดงหัวข้อเปิดตำนานสุวรรณภูมิ, สุวรรณภูมิ,พุทธิปัญญา, กำเนิดสยามประเทศ, สยามประเทศและสยามยุทธ์   



         

          ผู้เข้าชมจะได้รับความรู้และความเพลิดเพลินจากการเข้าชมแต่ละห้องจัดแสดง นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อการเรียนรู้สำหรับเยาวชนและผู้สนใจรักด้านพิพิธภัณฑ์   

          พิพิธภัณฑ์เปิดวันอังคาร -วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)  ปิดวันจันทร์ ไม่เสียค่าเข้าชม  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.0-2622-2599 โทรสาร 0-2225-2775 หรือ www.ndmi.or.th

          ที่ตั้ง  

          อยู่บริเวณท่าเตียน ถนนสนามไชย ติดกับโรงเรียนตั้งตรงจิตพณิชยการ และสถานีตำรวจพระราชวัง ห่างจากวัดโพธิ์ประมาณ 500 เมตร          

          การเดินทาง 

          รถโดยสารประจำทาง สาย 3, 6, 9, 12, 47, 53, 82, 524 หรือเรือด่วนเจ้าพระยา ท่าราชินี หรือท่าเตียน แล้วเดินต่อประมาณ 150 เมตร

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก

ภาพประกอบโดยกระปุกดอทคอม

Tags: , , , ,
Dec 12

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป อยู่ข้างสะพานพระปิ่นเกล้า ถนนเจ้าฟ้า อดีตเคยเป็นโรงผลิตเหรียญกษาปณ์ของไทย ปัจจุบันเป็นศูนย์รวบรวมและจัดแสดงผลงานศิลปะทั้งแบบประเพณีไทยโบราณ และแบบสากลร่วมสมัยของศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีภาพเขียนสีน้ำมันฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ตั้งแสดงอยู่ด้วย

ประวัติความเป็นมา…

          เนื่องจากกรมศิลปากรและมหาวิทยาลัยศิลปากร (เมื่อแรกก่อตั้งนั้น มหาวิทยาลัยศิลปากรขึ้นอยู่กับกรมศิลปากร) ได้จัดการประกวดศิลปกรรมแห่งชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 โดยอาศัยกระทรวงคมนาคมเก่า (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงละครแห่งชาติ) เป็นสถานที่จัดแสดงงาน แต่ไม่มีสถานที่เก็บรักษารวบรวมผลงานที่ชนะการประกวดหรือได้รับรางวัล ต่อมาได้มีเอกชนตื่นตัวดำเนินการเปิดหอศิลปแสดงภาพขึ้นเองหลายแห่ง เช่น สำนักงานกลางนักเรียนคริสเตียนที่สะพานหัวช้าง เริ่มเปิดประกวดและแสดงภาพเขียนในปี พ.ศ. 2503 ศูนย์ศิลปะกรุงเทพที่มักกะสันและวังสวนผักกาด เปิดแสดงภาพใน พ.ศ. 2504 และต่อมา มีหอศิลปบ้านเมฆพยับและหอศิลป พีระศรี ที่ซอยอรรถการประสิทธิ์ ถนนสาธรใต้ ซึ่งหม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ทรงอุปการะและออกทุนทรัพย์สร้างขึ้น รวมทั้งสถาบันเกอเธ่ของเยอรมันที่ถนนพระอาทิตย์ ก็เปิดแสดงภาพเขียนมาก่อนนานแล้ว เป็นต้น 

          กรมศิลปากรโดยกองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบ มีความประสงค์จะตั้งหอศิลปขึ้นบ้าง เพราะยังไม่เคยมีเลย คงเพียงริเริ่มจัดแสดงไว้ 2 ห้องในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จึงได้พยายามหาสถานที่จัดตั้งหอศิลปแห่งชาติ ซึ่งในที่สุดก็ได้รับความช่วยเหลืออย่างสูงยิ่งจากนายสวัสดิ์ อุทัยศรี อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ ที่เห็นความสำคัญของหอศิลปแห่งชาติ ยกโรงกษาปณ์เก่าที่เลิกร้างไปนานแล้วให้กรมศิลปากร โดยกรมธนารักษ์ได้กระทำพิธีมอบอาคารโรงกษาปณ์เก่าและที่ดินให้เฉพาะอาคารส่วนด้านหน้าให้แก่กรมศิลปากร เพื่อจัดตั้งหอศิลปแห่งชาติขึ้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2517 เนื่องในโอกาสที่กรมศิลปากรจัดฉลอง 100 ปี “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในประเทศไทย” อันเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกิจการพิพิธภัณฑ์ไทย 

         

          เมื่อจัดตั้งขึ้นแล้ว กรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจทำบัญชี เก็บรวบรวมภาพเขียนที่กระจัดกระจายอยู่ตามสถานที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่ได้จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพราะได้ใช้อาคารหมู่พระวิมานในวังหน้าจำนวน 2 ห้อง ได้แก่ ห้องด้านหลัง (ห้องอุตราภิมุขและห้องริมระเบียง) จัดเป็นห้องแสดงภาพเขียนอยู่ก่อนแล้ว (ประมาณ พ.ศ. 2513 – 2517) ดังนั้น เมื่อจัดตั้งหอศิลปแห่งชาติขึ้น จึงได้ย้ายภาพเขียนเดิมทั้งหมดนั้นมาเป็นสมบัติของหอศิลปแห่งชาติ จึงถือว่าภาพชุดดังกล่าวเป็นภาพชุดที่มีความสำคัญและเก่าแก่มาก 

         

สมัยก่อนที่ยังไม่ได้สร้างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ มีคลองหลอด (คลองคูเมืองเดิม) ไหลผ่านหน้าโรงกษาปณ์ การคมนาคมทางน้ำสะดวกอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา นับเป็นทำเลที่ดีและสวยงาม พ่อค้านักธุรกิจบางลำภูต้องการสถานที่แห่งนี้ทำเป็นศูนย์การค้า เมื่อแรกก่อตั้งได้ใช้ชื่อว่า “หอศิลปแห่งชาติ” และได้กระทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งทรงดำรงพระยศสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการเปิดอาคารและนิทรรศการพิเศษ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2520 และต่อมาในปี พ.ศ. 2521 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป” ครั้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2526 กรมธนารักษ์ได้ยกอาคาร รวมทั้งที่ดินส่วนด้านหลังทั้งหมดให้ ทำให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป มีพื้นที่ประมาณ 4-3-56 ไร่ และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรมศิลปากรใหม่ พ.ศ. 2538 จึงได้กลับมาใช้ชื่อ “หอศิลปแห่งชาติ” อีกครั้ง 

 

         

          อาคารหลักของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถูกปรับปรุงและต่อเติมสำหรับการจัดแสดง และใช้เป็นส่วนปฏิบัติการอื่นๆ ปัจจุบันแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็น

          1. อาคารนิทรรศการถาวร (2 ชั้น) มีพื้นที่ทั้งหมด 930.5 ตารางเมตร

          2. อาคารนิทรรศการหมุนเวียน (8 ห้อง) มีพื้นที่ทั้งหมด 1,410 ตารางเมตร

          3. ห้องอเนกประสงค์ มีพื้นที่ทั้งหมด 475 ตารางเมตร

          4. อาคารเรือนกระจก (2 ชั้น) มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 500 ตารางเมตร

          5. อาคารสำนักงานพิพิธภัณฑ์ (2 ชั้น) มีพื้นที่ทั้งหมด 815 ตารางเมตร

โรงกษาปณ์สิทธิการ 

          อาคารโรงกษาปณ์เก่าหรือโรงกษาปณ์สิทธิการ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ในปัจจุบัน สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพื้นที่ของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล บริเวณริมคลองคูเมืองเดิมด้านทิศเหนือ ซึ่งเดิมเป็นวังที่ประทับของบรรดาเจ้านายหลายพระองค์ รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำริให้สร้างโรงกษาปณ์สำหรับผลิตเงินเหรียญขึ้นใช้เองภายในประเทศ และพระราชทานค่ารื้อถอนสำหรับสร้างวังใหม่แก่เจ้านายทุกพระองค์ ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2445 พระองค์เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารและทรงเครื่องจักรผลิตเหรียญกษาปณ์ด้วยพระองค์เอง 

          รูปแบบทางสถาปัตยกรรมของโรงกษาปณ์สิทธิการเป็นศิลปะแบบตะวันตก สร้างตามแบบโรงงานเครื่องจักรที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ตัวอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาทรงจั่ว อาคารหลักด้านหน้าตรงกลางก่อเป็นมุข 2 ชั้น ชั้นล่างต่อเป็นปีกออกไปทั้งสองด้าน เป็นอาคารยาวชั้นเดียว หักมุมฉากและไปบรรจบกันตามแผนผังรูปสี่เหลี่ยม สามารถเดินติดต่อกันไปโดยตลอด เปิดเป็นลานโล่ง ตรงกลางอาคารทางปีกขวาเจาะเป็นช่องประตูโค้งสำหรับเป็นทางเข้าสู่ลานโล่งได้อีกทางหนึ่ง 

          การตกแต่งส่วนประกอบต่างๆ ทำให้อาคารแห่งนี้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นคือ หน้าต่างวงโค้ง ลูกกรงบานเกล็ดโดยรอบอาคาร โดยเฉพาะหน้าต่างชั้นบนนั้น กรอบบานหน้าต่างโดยรอบตกแต่งด้วยปูนปั้นเป็นซุ้มวงโค้งและเสาหลอกแบบโรมัน ที่ผนังอาคารด้านนอกมีการเซาะร่องตื้นตามแนวขวาง เลียนแบบการก่อสร้างด้วยหิน ตามสันหลังคาและเชิงชายโดยรอบตกแต่งด้วยลายฉลุลูกไม้งดงาม รวมถึงที่พื้นผนังจั่วด้านหน้าประดับปูนปั้นนูนต่ำเป็นตราแผ่นดินสมัยรัชกาลที่ 5 ภายในวงโค้งล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา 

          บันไดทางขึ้นด้านหน้าอาคารสู่ประตูโค้งใหญ่ตรงกลาง เหนือกรอบประตูประดับด้วยกระจกสี พื้นอาคารภายในชั้นล่างปูด้วยหินอ่อนมีลวดลาย ส่วนพื้นชั้นบนเป็นไม้สัก และที่วงโค้งเหนือกรอบประตูด้านในประดับลวดลายฉลุไม้อย่างงดงามเช่นกัน 

          อาคารโรงกษาปณ์เก่านี้จัดเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่มีความโดดเด่นมากอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2521 ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 95 ตอนที่ 98 วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2521

วันและเวลาทำการ

          เปิด : วันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น.

          ปิด : วันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ค่าธรรมเนียมเข้าชม

          ชาวไทย 10 บาท

          ชาวต่างชาติ 30 บาท

          นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ พระภิกษุ สามเณร ยกเว้นค่าเข้าชม

การเดินทาง

          รถประจำทางจากถนนพระอาทิตย์ สาย 6, 9, 15, 19, 32, 33, 53, 64, 65 และ Airport Bus

          รถประจำทางจากถนนจักรพงษ์ สาย 3, 32, 43, 53, 64, 80, 123, ปอ.7, ปอ. 80 และ ปอ.91

          รถยนต์ส่วนบุคคล รถเดินทางเดียว มีที่จอดรถสะดวก

          – ทางที่ 1 จากบางลำภู เข้าสู่ถนนจักรพงษ์ ผ่านหน้าวัดชนะสงคราม ชิดขวาเข้าถนนเจ้าฟ้า แล้วเลี้ยวขวาเข้ายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

          – ทางที่ 2 จากฝั่งธนบุรี ข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ชิดซ้ายลงสะพานเข้าถนนเจ้าฟ้า ชิดขวา แล้วเลี้ยวขวาเข้ายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

          – ทางที่ 3 จากสนามหลวง ผ่านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และโรงละครแห่งชาติ เข้าถนนพระอาทิตย์ ถนนพระสุเมรุ ถึงสี่แยกเลี้ยวขวา บรรจบกับทางที่ 1 เข้าสู่ถนนจักรพงษ์ ผ่านหน้าวัดชนะสงคราม ชิดขวาเข้าถนนเจ้าฟ้า แล้วเลี้ยวขวาเข้ายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

Tags: , , ,
Dec 03

         

          “เสาชิงช้า” ตั้งอยู่หน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม บนถนนบำรุงเมือง เขตพระนคร เสาชิงช้าถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2327และถือเป็นโบราณสถานของชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 เป็นเสาชิงช้าขนาดใหญ่ มีสีแดงชาด มีส่วนสูงประมาณ 21 เมตร เนื่องจากเสาชิงช้ามีอายุการใช้งานมานานและสภาพชำรุดมาก จึงได้ทำการบูรณะปฎิสังขรณ์เสาชิงช้าใหม่โดยใช้ไม้สักทอง ที่มีลำต้นขนาดใกล้เคียงเสาชิงช้าเดิมจำนวน 6 ต้นจากจังหวัดแพร่ และดำเนินการแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2549

 

ประวัติ

          ในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อสร้างกรุงเทพฯ เสร็จแล้วได้โปรดให้มีการสร้างโบสถ์พราหมณ์ และเสาชิงช้า บริเวณริมถนนบำรุงเมือง ทางจะเลี้ยวไปถนนดินสอ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2327 และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ย้ายมาตั้งที่ถนนบำรุงเมืองในตำแหน่งนี้จนถึงปัจจุบัน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 บริษัท หลุยส์ ที.เลียวโนแวนส์ ซึ่งเป็นบริษัทค้าไม้ ได้อุทิศซุงไม้สักเพื่อสร้างเสาชิงช้าใหม่ เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2463 และมีการซ่อมใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2502  และมีการเปลี่ยนเสาใหม่โดยคงไว้ในลักษณะเดิมในปี พ.ศ. 2513 จากนั้นก็ยังไดัรับการซ่อมแซมบูรณะอีกหลายครั้ง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2548 เสาส่วนกลางมีความชำรุดมาก และเนื่องด้วยเสาชิงช้าเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร ทางกรุงเทพมหานคร จึงได้ทำหนังสือขออนุญาตกรมศิลปากร เพื่อดำเนินการเปลี่ยนเสาใหม่ทั้งหมด ดังที่เห็นในปัจจุบัน

          และในอดีตเสาชิงช้านี้เคยใช้ประกอบพิธีตรียัมปวาย หรือพิธีโล้ชิงช้าในศาสนาพราหมณ์ เพื่อเป็นการแสดงถึงการต้อนรับพระอิศวรในการเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ในเดือนยี่ของทุกปี แต่ต่อมาพระราชพิธีนี้ได้ถูกยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 7 ปี พ.ศ. 2478

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก www.bangkok.go.th

Tags: , , ,
Nov 25

ประวัติสวนสัตว์ดุสิต

          ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสวนพฤกษชาติขึ้นในเขตของพระราชอุทยานสวนดุสิต โดยมีการนำดินมาถมสร้างเป็นเนินเขากลางน้ำด้วย ดังนั้นพระองค์จึงโปรดเรียกว่า “เขาดินวนา” 

          ครั้นในคราวที่เสด็จประพาสหมู่เกาะชวาเมื่อปี พ.ศ. 2451 พระองค์ได้ทรงนำกวางดาวจำนวนหนึ่งกลับมาด้วย และโปรดให้เลี้ยงไว้ที่สวนกวาง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพระที่นั่งอัมพรสถาน ซึ่งในกาลต่อมา ลูกหลานของกวางดาวฝูงนี้ ก็ได้ถูกย้ายมาไว้ที่สวนสัตว์ดุสิต 

          ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปีพ.ศ. 2475 คณะรัฐบาลในสมัยนั้น ซึ่งมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานที่บริเวณสวนดุสิต จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 เพื่อให้เทศบาลนครกรุงเทพฯ ดำเนินการจัดทำเป็นสวนสัตว์ และเป็นที่พักผ่อนของประชาชน 

          ในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้พระราชทานอนุมัติในพระนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ให้เทศบาลนครกรุงเทพฯ รับสวนดุสิตไปดำเนินการตามที่ขอ เทศบาลนครกรุงเทพฯ จึงได้ย้ายกวางดาวจากพระที่นั่งอัมพรสถานมาไว้ที่สวนดุสิต และรวบรวมสัตว์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศมาเลี้ยงไว้ เพื่อให้ประชาชนเข้าชม อีกทั้งตกแต่งสถานที่เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และให้สถานที่แห่งนี้ใช้ชื่อว่า “สวนสัตว์ดุสิต” อันเป็นสวนสัตว์แห่งแรกในประเทศไทย

          ทั้งนี้ สวนสัตว์ดุสิต (เขาดินวนา) ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ใกล้กับสนามเสือป่าและพระที่นั่งอนันตสมาคม มีพื้นที่ 118  ไร่ ปัจจุบันเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และได้รับการปรับปรุงเรื่อยมาตามลำดับ มีทั้งสัตว์ท้องถิ่นของไทยและต่างประเทศให้ชมจำนวนมาก และเป็นสถานที่เดียวที่พบหลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นหนึ่งใน unseen in Thailand 

          สวนสัตว์ดุสิต เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น.อัตราค่าเข้าชมสวนสัตว์ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท  

 

         

          ในช่วงปี 2549 ได้ขยายเวลาเข้าชมถึง 21.00 น. โดยมีกิจกรรมไนท์ซาฟารี หรือชมสวนสัตว์ในตอนกลางคืน สามารถเดินชม หรือนั่งชมบนรถพ่วงโดยมีวิทยากรนำชม รถออกเวลา 19.00 น. และ 20.00 น. ใช้เวลาประมาณ  1  ชั่วโมง  ค่าบริการ ผู้ใหญ่คนละ  20  บาท เด็ก คนละ  10 บาท 

          อย่างไรก็ตาม สามารถสอบถามรายเพิ่มได้ที่ โทร. 0-2281-2000 และ 0-2282-7111-3

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก
 และ สวนสัตว์ดุสิต
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก www.dusitzoo.org

Tags: , , , ,
Nov 19

          พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ ตั้งอยู่บริเวณหลังพระที่นั่งอนันตสมาคม ในเขตพระราชวังดุสิต เป็นพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง เดิมตั้งอยู่บนเกาะสีชัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และได้ชะลอมาไว้ ณ สถานที่ตั้ปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2444 ประกอบด้วยห้องต่างๆ 81 ห้อง ตัวอาคารมีคลองล้อมรอบ ภายในบริเวณร่มรื่น สวยงามมาก ภายในเขตพระราชวังดุสิตยังมีหมู่พระตำหนักอีก 11 องค์ ที่ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงสิ่งของสำคัญต่างๆ ได้แก่…

          พิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพพระที่นั่งอภิเษกดุสิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2474 จุดเด่นที่สวยงามของพระที่นั่งองค์นี้ ก็คือ ลายไม้ฉลุแบบสมัยพระนางเจ้าวิคตอเรียแห่งประเทศอังกฤษ ปัจจุบันปรับแต่งเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงผลงานหัตถกรรมที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยสมาชิกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ภายในพิพิธภัณฑ์มีงานหัตถกรรมหลากหลายให้ชม อาทิ เครื่องเงิน คร่ำ ผ้าทอ ผ้าปัก ถมเงิน ถมทอง งานประดับด้วยปีกแมลงทับ เป็นต้น 

          พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง  เป็นที่รวบรวมรถม้าพระที่นั่งโบราณซึ่งใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5 รถม้าแต่ละคันเคยร่วมในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ มีความสง่าสวยงาม และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ 

          พระตำหนักสวนสี่ฤดู เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช  

          นอกจากนี้ ภายในเขตพระราชวังดุสิตยังมีอาคารที่จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ พิพิธภัณฑ์นาฬิกาโบราณ พิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณ พิพิธภัณฑ์เครื่องราชูปโภค และพระสาทิสลักษณ์ พิพิธภัณฑ์ภาพพระราชพิธี พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30 – 15.30 น. อัตราค่าเข้าชมพระที่นั่งวิมานเมฆ ผู้ใหญ่ 75 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า 

          ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
        โทร. 0-2281-6880, 0-2281-5454, 0-2281-8166, 0-2628 -6300

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก วิกิพีเดีย

Tags: , , , , ,
Nov 19

          วัดอรุณราชวราราม ตั้งอยู่ที่ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับวัดโพธิ์ ข้ามเรือได้ที่ท่าเตียน เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า “วัดแจ้ง” ต่อมาเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีย้าย ราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้ง ณ กรุงธนบุรี ได้โปรดเกล้าฯ ให้กำหนดเอาวัดแจ้งเป็นวัดในเขตพระราชฐาน ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ วัดนี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 2 จึงถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 เมื่อบูรณะเสร็จแล้วได้พระราชทานนามว่า “วัดอรุณราชธาราม” ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการก่อสร้างพระปรางค์องค์ใหญ่ซึ่งมีความสูงถึง 67 เมตร แต่มาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดอรุณราชวราราม”

          เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 7.30 – 17.30 น. ผู้ประสงค์จะเข้าชมในพระอุโบสถต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้าถึงเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม 

          การเดินทาง สามารถใช้เรือโดยสารข้ามฟากจากท่าเตียน หรือท่าวัดโพธิ์ ไปยังท่าวัดอรุณราชวราราม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก www.watarun.org

Tags: , , , ,
Nov 05

 

          วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วัดโพธิ์” อยู่ที่ถนนสนามไชย ข้างพระบรมหาราชวัง เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้เล่าเรียนพระปริยัติธรรม วัดนี้ถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดโพธิ์ใหม่ทั้งหมด และได้นำเอาตำราวิชาการด้านต่างๆ มาจารึกไว้โดยรอบ เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน ถือได้ว่า “วัดโพธิ์” เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย 

          นอกจากนี้ ที่วัดโพธิ์ยังมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ก่ออิฐถือปูนปิดทองทั้งองค์ ยาว 46 เมตร สูง 15 เมตร ที่ฝ่าพระบาทแต่ละข้างมีลวดลายประดับมุกเป็นภาพมงคล 108 ประการ อันเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของมหาบุรุษตามคติของอินเดีย เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย ชาวต่างชาติคนละ 50 บาท 

          ทั้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2222-5910, 0-2226-2942, 0-2226-1743, 0-2225-9595

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

Tags: , , , ,
Oct 31

 

          วัดสระเกศ (ภูเขาทอง) อยู่นอกกำแพงเมือง ริมคลองมหานาค ตรงที่บรรจบกับคลองบางลำพู เดิมเป็นวัดเก่าชื่อว่า “วัดสะแก” ได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ทั้งพระอารามในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระราชทานนามว่า “วัดสระเกศ” 

          ส่วนเจดีย์ภูเขาทองนั้นเริ่มสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงเลียนแบบมาจากภูเขาทองในสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วเสร็จในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานนามว่า “สุวรรณบรรพต” มีความสูง 77 เมตร บนยอดสุวรรณบรรพตเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ขุดค้นพบที่เมืองกบิลพัสดุ์ และพิสูจน์ได้ว่าเป็นของพระสมณโคดม ซึ่งเป็นส่วนแบ่งของพระราชวงศ์ศากยราช เพราะมีคำจารึกอยู่ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ขณะนั้นกำลังทรงผนวชอยู่ที่ประเทศอินเดีย ได้ส่งพระบรมสารีริกธาตุเข้ามาถวาย ในฐานะที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นกษัตริย์เพียงพระองค์เดียวที่เป็นพุทธมามกะอยู่ในขณะนั้น เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.30 – 17.30 น. 

          ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2621-0576

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก www.dhammathai.org

Tags: , , ,



เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง
คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem |

ดูทีวีย้อนหลัง | หาเพื่อน | คุยสด | การ์ตูน | hi5ดารา | โหลดเพลง | คลิป | ฟังวิทยุ | ทำนายฝัน | เพลงใหม่ | blackberry | เกมส์แต่งตัว | เกมส์รถแข่ง | dictionary |
แชท | หางาน | งานราชการ | ศึกษาต่อต่างประเทศ | การศึกษา | มหาวิทยาลัย | คลิปเด็ด | คลิปตลก | คลิปที่เป็นข่าว | คลิปสาวสวย | เกมส์เต้น | รถมือสอง | ดูดวงความรัก | รับซื้อรถ | แชทหมากฮอส |

| เกมส์ | เกมส์ทําอาหาร | เกม | game | เกมส์ปลูกผัก | ดูดวง | เกมส์ต่อสู้ | เกมส์แต่งตัว | เกมส์มันๆ | เพลงใหม่ | ฟังเพลงออนไลน์ | ฟังเพลง | เกมส์แข่งรถ | เกมส์เต้น | เพลง | เกมส์จับคู่ | แชท | ผลบอล | ดูทีวีย้อนหลัง | เกมส์ออนไลน์ | เกมส์รถแข่ง | เพลงฮิต | games | ฟังเพลงฮิต | หาเพื่อน | วันวาเลนไทน์ | โทรศัพท์มือถือ | ข่าว | thailand | hotel |